วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554

โมเมนตัมและการดล

โมเมนตัม


        ถ้าวัตถุเคลื่อนที่อยู่ในกรอบอ้างอิงใด ๆ ก็ตาม วัตถุนั้นจะมีโมเมนตัมอยู่ในกรอบอ้างอิงนั้น ๆ ค่าของโมเมนตัมของวัตถุจะขึ้นอยู่กับสองตัวแปร คือมวลกับความเร็วดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ความสัมพันธ์ของตัวแปรทั้งสองเขียนได้เป็น:
โมเมนตัม = มวล × ความเร็ว

ในวิชาฟิสิกส์ สัญลักษณ์ของโมเมนตัมคือตัวอักษร p ดังนั้นอาจเขียนสมการข้างบนใหม่ได้เป็น:
\mathbf{p}= m \mathbf{v}
        โดยที่ m แทนมวล และ v แทนความเร็ว หน่วยเอสไอของโมเมนตัม คือ กิโลกรัม เมตรต่อวินาที (kg m/s) ความเร็วของวัตถุจะให้ทั้งขนาด (อัตราเร็ว) และทิศทาง โมเมนตัมของวัตถุขึ้นอยู่กับความเร็ว จึงทำให้เป็นปริมาณเวกเตอร์
       การเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมของวัตถุ เราเรียกว่า การดล ซึ่งหาได้จาก มวล × การเปลี่ยนแปลงความเร็ว หรือ แรงที่กระทำต่อวัตถุ × เวลาที่แรงนั้นกระทำ
m \Delta \mathbf{v}= \mathbf{F} \Delta t

การดล


         เมื่อมีแรงลัพธ์กระทำต่อวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ จะทำให้วัตถุนั้นมีการเปลี่ยนแปลงความเร็วไปจากเดิม ในกรณีที่แรงลัพธ์นั้นกระทำในทิศตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่ จะทำให้วัตถุเคลื่อนที่ช้าลง ๆ จนหยุด ถ้าแรงลัพธ์มีขนาดมาก ๆ ช่วงเวลาที่กระทำต่อวัตถุจนวัตถุนั้นหยุดก็จะสั้น แต่ถ้าแรงลัพธ์มีค่าน้อย ๆ จะต้องใช้เวลาในการกระทำนาน วัตถุก็จะหยุดได้เช่นกัน ให้พิจารณาแรงที่กระทำกับเวลาจากรูปข้างล่าง
Impulse Comparison (25k)


          จากรูปการทำให้รถหยุดสามรถทำได้โดย เบรกรถอย่างแรง รถจะหยุดได้ในช่วงเวลาที่สั้น หรือค่อย ๆ เบรกแต่รถจะหยุดในช่วงเวลาที่มากขึ้น ระยะทางก็จะมากขึ้นด้วย แต่สุดท้ายรถก็หยุดได้เช่นเดียวกัน

         ผลคูณของแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุและช่วงเวลาที่แรงกระทำ เราเรียกว่า การดล ซึ่งมีค่าเท่ากับโมเมนตัมของวัตถุที่เปลี่ยนไป สามารถหาได้จากกฏข้อที่ 2 ของนิวตัน F = ma และแทนได้ด้วยความสัมพันธ์ดังนี้

Impulse formula(4k)

การดล มีหน่วยเป็น Newton•Seconds [Ns].

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

              ฟิสิกส์ (อังกฤษ: Physics, กรีก: φυσικός [phusikos], "เป็นธรรมชาติ" และ φύσις [phusis], "ธรรมชาติ") เป็นวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับ สสาร [1] และ พลังงาน  ศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ และ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสสารกับพลังงาน รวมทั้งเป็นความรู้พื้นฐานที่นำไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับการผลิต และเครื่องใช้ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่มนุษย์ ตัวอย่างเช่น การนำความรู้พื้นฐานทางด้านแม่เหล็กไฟฟ้า ไปใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ (โทรทัศน์ วิทยุ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ) อย่างแพร่หลาย หรือ การนำความรู้ทางอุณหพลศาสตร์ไปใช้ในการพัฒนาเครื่องจักรกลและยานพาหนะ ยิ่งไปกว่านั้นความรู้ทางฟิสิกส์บางอย่างอาจนำไปสู่การสร้างเครื่องมือใหม่ที่ใช้ในวิทยาศาสตร์สาขาอื่น เช่น การนำความรู้เรื่องกลศาสตร์ควอนตัม ไปใช้ในการพัฒนากล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนที่ใช้ในชีววิทยา เป็นต้น